ป่าพรุเป็นสังคมพืชป่าไม้ไม่ผลัดใบประเภทหนึ่งที่มีลักษณะโครงสร้างและความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็น เอกลักษณ์แตกต่างจากสังคมพืชป่าไม้ประเภทอื่น ป่าพรุมักเกิดในพื้นที่ลุ่มน้ำขังที่รองรับด้วยดินอินทรีย์อัน เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่หนาตั้งแต่ 1 - 10 เมตร หรือมากกว่า สภาพความเป็นกรด - เบสของน้ำ ระหว่าง 4.5 -6.1 เพราะดินชั้นล่างมีสารประกอบซัลเฟอร์ในปริมาณที่สูง
ลักษณะพรรณไม้ในป่าพรุที่ขึ้นอยู่ในป่าพรุส่วนใหญ่ จะมีรากค่อนข้างสั้น มีรากแขนงแผ่กว้าง แข็งแรงและ ส่วนใหญ่มีรากค้ำยัน(stilt roots) เช่น ตังหน(Calophyllum inophylloides), ละไม้ป่า(Baccaurea bracteata) และยาก(Blumeodendron kurzii) เป็นต้น โคนต้นมักมีพูพอน(buttresses)สูงใหญ่ พรรณไม้บางชนิดมีราก หายใจ(breathing roots or pneumatophores)โผล่พ้นระดับผิวดินขึ้นมาในลักษณะต่างๆกัน เช่น เป็นแนวตั้ง ฉากคล้ายหมุดรังวัด ได้แก่ รากของอ้ายบ่าว(Stemonurus malaccensis), หลุมพี (Salacca conferta)และ หวายสะเดา(Korthalsia grandis) เป็นต้น รากหายใจที่โผล่พ้นผิวดินขึ้นมาแล้วหักกลับลงไปคล้ายหัวเข่า ได้แก่ รากของสะเตียว(Ganua motleyana) รากหายใจโค้งคล้ายสะพาน เช่น รากของช้างไห้(Neesia altissima) รากหายใจเป็นรูปครึ่งวงกลมคล้ายบ่วง เช่น รากของทุเรียนนก(Xylopia fusca) และสานแดง(Horsfieldia sp.) หรือรากหายใจที่ติดกันคล้ายแผ่นกระดาษคดเคียวไปมาของเทียะ(Dialium patens)
พรรณไม้ของป่าพรุดั้งงเดิมมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ไม้ยืนต้นชั้นบนที่พบทั่วไป ได้แก่ ช้างไห้(Neesia altissima), กาบอ้อย(Dacryodes incurvata), กาบพร้าว(Elaeocarpus grandiflorus),อ้ายบ่าว(Stemonurus malaccensis), โงงงัง(Cratoxylum arborescens), ทุเรียนนก(Xylopia fusca),ซือแยบาแน(X. maingayi), ยาตู(Palaquium obovatum), ทองบึ้ง(Koompassia malaccensis), ตาแป(Sterculia macrophylla), เลือดควายใบใหญ่(Hoorsfieldia fulva), ชมพู่เสม็ด(Amoora rubiginosa), ตังหน(Calophyllum inophylloides), ขี้หนอนพรุ(Cammosperma macrophylla), สะท้อนนก(Sandoricum emarginatum), แดงพรุ(Parastemon urophyllus), มะฮัง(Macaranga pruinosa), < มะม่วงป่า(Mangifera foetida), ตราตา(Parishia pubescens), เทียะ(Dialium patens), เตียวพรุหรือสะเตียว(Ganua motleyana), ชมพู่ป่าหรือหว้าชนิดต่างๆ(Euginia spp.)เป็นต้น
ไม้ต้นชั้นรองลงมาได้แก่ จอแกะ(Myristica elliptica), ปาหนัน(Gonjothalamus giganteus), ปีแซ(Polyalthia curtisii), บามีกู(Crudia caudata), พญาไม้(Podocarpus wallichianus), ละไมป่า(Baccaurea bracteata), ยากา(Blumeodendron kurzii), เงาะป่า, แรแด(Nephelium glabrum), ท้องปลาช่อน(Ixora gravdifolia), แตยอ(Cinnamomum sp.),และกูเราะ(Croton caudatus) เป็นต้น
พวกหวาย เช่น หวายตะคร้าทอง(Calamus caesius), หวายน้ำ(Daemonorops angustifolia), หวายสะเดา(Korthalsia grandis)
พวกปาล์ม เช่น หลาวชะโอน(Oncosperma tigillaria), ค้อ(Livistona saribus), กะพ้อ(Licaula spinosa), หมากแดง(Cyrtostachys lakka), หมากงาช้าง(Nenga pumila),หมากลิง(Pinanga fruticans), เต่าร้าง(Caryota urens) และหลุมพี(Salacca conferta)
พืชชั้นล่าง ได้แก่ เตย(Panadus spp.), เตยหนู(Mapania spp.) และเฟินชนิดต่างๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น